CreateItWell

บ่อโคลนร้อนธรรมชาติ ประสบการณ์แช่ที่แตกต่างจากน้ำพุร้อนทั่วไป

บ่อโคลนร้อนธรรมชาติ ประสบการณ์แช่ที่แตกต่างจากน้ำพุร้อนทั่วไป
ที่มา: Wikimedia Commons

นอกจากน้ำพุร้อนใสสะอาดที่คุ้นเคยกันดี ยังมีน้ำพุร้อนอีกรูปแบบหนึ่งที่ให้ประสบการณ์แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง นั่นคือ “บ่อโคลนร้อน” (mud pool หรือ mud bath) ที่พบได้ในพื้นที่ภูเขาไฟทั่วโลก ตั้งแต่นิวซีแลนด์ไปจนถึงสหรัฐอเมริกาและอินโดนีเซีย

บ่อโคลนร้อนเกิดขึ้นได้อย่างไร

บ่อโคลนร้อนเกิดจากก๊าซความร้อนใต้พิภพที่ดันตัวขึ้นมาผ่านชั้นดินเหนียวที่มีน้ำขังอยู่น้อย ก๊าซกำมะถันและไอน้ำร้อนจะผสมกับดินเหนียวจนกลายเป็นโคลนข้นเดือดปุด ๆ ต่างจากน้ำพุร้อนใสที่มีน้ำใต้ดินไหลผ่านชั้นหินในปริมาณมากกว่า บ่อโคลนจึงมักพบในพื้นที่ที่มีน้ำใต้ดินจำกัดแต่มีความร้อนใต้พิภพสูง

ประโยชน์ต่อผิวที่คนโบราณรู้จักมานาน

โคลนภูเขาไฟอุดมไปด้วยแร่ธาตุอย่างซิลิกา กำมะถัน และแมกนีเซียม ซึ่งเชื่อกันมาแต่โบราณว่าช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและทำความสะอาดรูขุมขนได้ลึกกว่าการอาบน้ำทั่วไป หลายพื้นที่จึงพัฒนาเป็นสปาโคลนร้อน (mud spa) ที่นำโคลนจากบ่อธรรมชาติมาผ่านการฆ่าเชื้อและควบคุมอุณหภูมิให้ปลอดภัยก่อนให้บริการนักท่องเที่ยว

ข้อควรระวังก่อนลงแช่

บ่อโคลนร้อนตามธรรมชาติหลายแห่งมีอุณหภูมิสูงมากและควบคุมไม่ได้ ต่างจากบ่อโคลนในสปาที่ผ่านการควบคุมคุณภาพแล้ว จึงไม่ควรลงแช่ในบ่อโคลนธรรมชาติที่ไม่มีป้ายอนุญาตหรือเจ้าหน้าที่ดูแล เพราะอุณหภูมิที่ร้อนจัดและก๊าซพิษที่อาจสะสมอยู่บริเวณโดยรอบเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

จุดชมบ่อโคลนร้อนที่มีชื่อเสียง

พื้นที่ Wai-O-Tapu ในเมืองโรโตรัว นิวซีแลนด์ มีบ่อโคลนร้อนที่เดือดปุด ๆ ตลอดเวลาให้ชมอย่างปลอดภัยผ่านทางเดินที่จัดไว้ ส่วนในสหรัฐอเมริกา พื้นที่ Mud Volcano ในอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตนก็เป็นอีกจุดที่มีบ่อโคลนเดือดให้ชมในระยะปลอดภัย

แตกต่างจากการแช่น้ำพุร้อนอย่างไร

การแช่น้ำพุร้อนใสให้ความรู้สึกผ่อนคลายจากความร้อนและแร่ธาตุที่ละลายในน้ำ ในขณะที่การแช่โคลนร้อนเน้นที่พื้นผิวสัมผัสหนืดข้นที่ให้ทั้งความร้อนและการขัดผิวไปพร้อมกัน หลายคนที่เคยลองทั้งสองแบบบอกว่าเป็นประสบการณ์คนละแบบที่ควรลองสักครั้งในชีวิต

สำหรับใครที่เคยแช่น้ำพุร้อนมาหลายที่แล้วและอยากลองอะไรใหม่ บ่อโคลนร้อนในสปาที่ได้มาตรฐานคือตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน